เครื่องเจาะบัสบาร์ ไฮดรอลิค (รีวิว 4.9★) เจาะรูสวย คมกริบ ไร้ครีบ Omastar HHM Series

ในงานประกอบตู้ไฟฟ้ากำลังสูง (MDB) ทุกรูที่เจาะบนบัสบาร์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความแข็งแรงและความปลอดภัยของจุดเชื่อมต่อ การใช้สว่านธรรมดาเจาะบัสบาร์ทองแดงหนาๆ เป็นเรื่องที่ยาก, ใช้เวลานาน, ทำให้ดอกสว่านเสียหาย และมักทิ้งรอยครีบที่ไม่พึงประสงค์ Toolshop88 ขอเสนอ เครื่องเจาะรูบัสบาร์ ไฮดรอลิค เครื่องมือเฉพาะทางที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ทั้งหมด ช่วยให้คุณเจาะรูบนบัสบาร์ได้อย่างง่ายดาย, รวดเร็ว และได้ผลงานที่เรียบเนียน สวยงามระดับมืออาชีพ

เครื่องเจาะรูบัสบาร์ไฮดรอลิค

รุ่น (Model)แรงอัด (Tons)เจาะหนาสูงสุด (ทองแดง)คอลึก (Throat)เหมาะสำหรับ
HHM-603110 mm70 mmงานตู้คอนโทรลทั่วไป
HHM-703512 mm110 mmงานบัสบาร์มาตรฐาน
HHM-805016 mm125 mmงานประกอบตู้ MDB
HHM-200A20032 mm145 mmงาน Heavy-Duty อุตสาหกรรม

ทำไมการเจาะบัสบาร์ต้องใช้เครื่องมือไฮดรอลิคโดยเฉพาะ?

เครื่องเจาะบัสบาร์ไฮดรอลิค ถูกออกแบบมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ และให้ข้อได้เปรียบที่สว่านธรรมดาให้ไม่ได้:

  • รูเจาะกลมสวย ไม่มีครีบ: การทำงานเป็นการ “ปั๊ม” หรือ “เฉือน” เนื้อโลหะออกไป ทำให้ได้รูที่กลมสนิทและขอบเรียบ ไม่ต้องเสียเวลามาลบคม
  • ความแม่นยำสูง: ตัวเครื่องมีโครงสร้างที่มั่นคงและมีตัวกำหนดตำแหน่ง ทำให้สามารถเจาะรูในตำแหน่งที่ต้องการได้อย่างแม่นยำทุกครั้ง
  • ไม่ทำให้บัสบาร์เสียหาย: ไม่เกิดความร้อนสูงสะสมที่ชิ้นงาน และไม่ทำให้บัสบาร์บิดเบี้ยวหรือเสียรูปทรง
  • ทุ่นแรงและประหยัดเวลา: สามารถเจาะรูบนบัสบาร์หนา 10-12 มม. ได้ในเวลาไม่กี่วินาทีด้วยการโยกปั๊มเพียงไม่กี่ครั้ง
  • ใช้งานกับปั๊มร่วมได้: สามารถใช้ร่วมกับปั๊มไฮดรอลิค (มือโยกหรือไฟฟ้า) ตัวเดียวกับเครื่องมือบัสบาร์อื่นๆ เช่น เครื่องตัดหรือเครื่องดัดได้ ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่าย

การประยุกต์ใช้งานของ ที่เจาะรูบัสบาร์

เครื่องมือชนิดนี้เป็นหัวใจสำคัญของ:

  1. โรงงานผลิตและประกอบตู้ไฟฟ้า (Panel Builders): สำหรับการเจาะรูเพื่อยึดบัสบาร์เข้าด้วยกัน หรือยึดเข้ากับเบรกเกอร์และอุปกรณ์อื่นๆ
  2. งานซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม: สำหรับการดัดแปลงหรือซ่อมแซมตู้ MDB และตู้ควบคุมต่างๆ
  3. ผู้รับเหมาติดตั้งระบบไฟฟ้าขนาดใหญ่: ที่ต้องการความรวดเร็วและมาตรฐานในการทำงาน

เลือกเครื่องเจาะให้ถูกประเภท: สำหรับบัสบาร์ vs. สำหรับเหล็กโครงสร้าง

แม้จะมีหลักการทำงานที่คล้ายกัน แต่เครื่องเจาะไฮดรอลิคถูกออกแบบมาให้มีโครงสร้างที่เหมาะกับชิ้นงานคนละประเภท การเลือกให้ถูกชนิดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด:

1. เครื่องเจาะบัสบาร์ (Busbar Puncher) – รุ่น HHM-60, HHM-70, etc.

ออกแบบมาโดยมีระยะ “คอ” (Throat Depth) ที่เหมาะสมสำหรับการเจาะรูบนแผ่นบัสบาร์ทองแดงหรืออลูมิเนียม เพื่อใช้ในการเชื่อมต่อทางไฟฟ้า โครงสร้างเน้นความสะดวกในการวางตำแหน่งบนแผ่นโลหะแบน

  • เหมาะสำหรับ: งานประกอบตู้คอนโทรล, ตู้ MDB, และงานไฟฟ้าที่ใช้บัสบาร์เป็นหลัก

2. เครื่องเจาะเหล็กโครงสร้าง (Structural Steel Puncher) – รุ่น HHM-80H, HHM-100H

มีลักษณะเด่นคือ “คอที่ลึกเป็นพิเศษ” เพื่อให้สามารถสอดเข้าไปเจาะรูที่บริเวณ “เอว” (Web) ของเหล็กโครงสร้างรูปทรงต่างๆ เช่น เหล็ก I-Beam, H-Beam หรือเหล็กรางน้ำ (C-Channel) ได้

  • เหมาะสำหรับ: งานโครงสร้างเหล็ก, งานก่อสร้าง, งานติดตั้ง rack หรือชั้นวาง ที่ต้องการเจาะรูบนเหล็กรูปพรรณ

เจาะลึกเทคโนโลยี: ระบบหัวเจาะและแม่พิมพ์ (Punch & Die) 🛠️

การเจาะรูของเครื่องมือไฮดรอลิคไม่ใช่การ “คว้าน” เหมือนสว่าน แต่เป็นการ “เฉือน” โลหะด้วยแรงกดมหาศาล โดยอาศัยอุปกรณ์ 2 ชิ้นที่ทำงานร่วมกัน:

  • หัวเจาะ (Punch): คือแกนเหล็กตัวผู้ที่มีขนาดเท่ากับรูที่ต้องการ
  • แม่พิมพ์ (Die): คือเบ้ารองรับตัวเมียที่มีขนาดใหญ่กว่าหัวเจาะเล็กน้อย เพื่อให้เกิดช่องว่างที่เหมาะสม

เมื่อปั๊มไฮดรอลิคทำงาน มันจะดัน “หัวเจาะ” ผ่านแผ่นโลหะลงไปใน “แม่พิมพ์” ทำให้เนื้อโลหะถูกเฉือนขาดออกจากกันอย่างหมดจด ผลลัพธ์ที่ได้คือรูที่กลมสวย คมกริบ และไม่มีครีบ (Burr) ในขั้นตอนเดียว


การเลือกปั๊มไฮดรอลิคที่เหมาะสม (จำหน่ายแยก)

หัวเจาะทุกรุ่นในหน้านี้จำเป็นต้องทำงานร่วมกับปั๊มไฮดรอลิคภายนอกที่มีแรงดันมาตรฐาน 700 Bar (10,000 PSI)

  • สำหรับงานทั่วไป (รุ่น HHM-60, HHM-70): สามารถใช้ร่วมกับ ปั๊มมือโยก ได้สำหรับงานหน้าไซต์ที่ไม่มีไฟฟ้า
  • สำหรับงานหนักและต้องการความเร็ว (ทุกรุ่น): แนะนำให้ใช้ร่วมกับ ปั๊มไฟฟ้า เพื่อให้ได้ความเร็วในการทำงานสูงสุดและลดความเหนื่อยล้าของผู้ปฏิบัติงาน

เคล็ดลับการใช้งานเพื่อรูเจาะที่สมบูรณ์แบบ

  • การวางตำแหน่ง: ใช้เหล็กฉากหรือตัวกำหนดตำแหน่งเพื่อช่วยให้เจาะรูได้ตรงตามระยะที่ต้องการอย่างสม่ำเสมอ
  • การหล่อลื่น: การใช้สเปรย์น้ำมันหล่อลื่นสำหรับงานโลหะที่หัวเจาะก่อนทำการเจาะ จะช่วยลดความร้อน, ยืดอายุการใช้งานของหัวเจาะและแม่พิมพ์ และทำให้ได้รูที่สวยงามยิ่งขึ้น
  • ตรวจสอบความคม: หากพบว่ารูเจาะเริ่มไม่คมหรือมีครีบ อาจถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนหัวเจาะและแม่พิมพ์ชุดใหม่