เครื่องตัดเหล็กเส้นไฮดรอลิค Omastar HHG Series (4 – 32 มม.) มาตรฐาน 2026

ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและประสิทธิภาพในไซต์งานก่อสร้างของคุณด้วย เครื่องตัดเหล็กเส้น และ เครื่องตัดเหล็กข้ออ้อย ระบบไฮดรอลิคจาก Toolshop88 ที่จะมาแทนที่การตัดเหล็กแบบเดิมๆ ที่มีความเสี่ยงสูงและล่าช้า ไม่ว่าจะเป็นการใช้ใบตัดไฟเบอร์ที่ก่อให้เกิดประกายไฟและฝุ่นฟุ้งกระจาย หรือการใช้คีมตัดขนาดใหญ่ที่ต้องใช้แรงมหาศาล เครื่องตัดระบบไฮดรอลิคคือโซลูชันที่ทันสมัย, ปลอดภัย และรวดเร็วที่สุดสำหรับงานตัดเหล็กในทุกโครงการ

เครื่องตัดเหล็กเส้นไฮดรอลิคแบบไฟฟ้าสำหรับงานก่อสร้าง

ประเภทระบบรุ่นแนะนำขนาดตัดสูงสุดกำลังไฟ/แหล่งพลังงานความเร็วในการตัด
มือโยก (Manual)HHG-2020 mmระบบไฮดรอลิคในตัวขึ้นอยู่กับผู้ใช้งาน
ไฟฟ้า (Electric)HHG-25D25 mm220V / 1700W5 วินาที
ไฟฟ้างานหนักHHG-32D32 mm220V / 2900W5-7 วินาที
ไร้สาย (Battery)HHG-16BD16 mm18V Li-ion (4.0Ah)4-5 วินาที

ทำไมต้องใช้เครื่องตัดเหล็กเส้นระบบไฮดรอลิค?

เครื่องตัดเหล็กไฮดรอลิค มอบข้อได้เปรียบที่เหนือกว่าวิธีดั้งเดิมในทุกๆ ด้าน:

  • ปลอดภัยสูงสุด ไร้ประกายไฟ: หัวใจสำคัญที่สุดคือการตัดด้วยแรงเฉือนที่ไม่ก่อให้เกิดประกายไฟ จึงสามารถทำงานในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงได้อย่างปลอดภัย ลดอันตรายจากอัคคีภัย
  • ตัดเร็วและทุ่นแรง: สามารถตัดเหล็กข้ออ้อยขนาดใหญ่ให้ขาดได้ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ช่วยเพิ่มความเร็วในการทำงานและลดความเหนื่อยล้าของคนงานได้อย่างมหาศาล
  • รอยตัดเรียบคม: ให้หน้าตัดที่เรียบสวยงาม ไม่เสียรูปทรง สามารถนำเหล็กไปใช้งานต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องเจียรแต่ง
  • ทำงานเงียบและสะอาด: ลดมลภาวะทางเสียงในที่ทำงาน และไม่มีฝุ่นผงจากการตัดที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

เลือกเครื่องตัดเหล็กข้ออ้อยให้เหมาะกับหน้างาน

เรามีเครื่องตัดเหล็กเส้นไฮดรอลิคให้เลือกหลากหลายประเภท เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะและปริมาณงานของคุณ:

1. แบบมือโยก (Manual Hydraulic)

เป็นรุ่นที่พกพาสะดวกที่สุด มีปั๊มไฮดรอลิคในตัว ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า เหมาะสำหรับหน้างานที่ไม่มีไฟฟ้า, งานในที่สูง หรือมีปริมาณการตัดไม่มากนัก

2. แบบไฟฟ้า (Electric Hydraulic)

เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดในโครงการก่อสร้างสมัยใหม่ ใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อนปั๊มไฮดรอลิค ทำให้ตัดได้อย่างรวดเร็วมาก เหมาะสำหรับงานที่ต้องตัดเหล็กเป็นจำนวนมากและต้องการทำเวลา

ข้อควรพิจารณาก่อนดู ราคาเครื่องตัดเหล็กเส้น

  • ขนาดเหล็กเส้นสูงสุด (Max Rebar Diameter): คือสเปคที่สำคัญที่สุด ต้องเลือกรุ่นที่สามารถตัดเหล็กขนาดใหญ่ที่สุดที่คุณใช้งานได้
  • ความเร็วในการตัด (Cutting Speed): โดยทั่วไปรุ่นไฟฟ้าจะเร็วกว่ารุ่นมือโยกมาก
  • แหล่งพลังงาน (Power Source): พิจารณาว่าหน้างานของคุณมีไฟฟ้าใช้สะดวกหรือไม่
  • น้ำหนักและการพกพา (Weight and Portability): หากต้องเคลื่อนย้ายบ่อย ควรเลือกรุ่นที่มีน้ำหนักเบาและกะทัดรัด

ลงทุนในเทคโนโลยีที่ใช่ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพให้กับโครงการของคุณ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเราเพื่อเลือก Hydraulic Rebar Cutter ที่เหมาะสมที่สุด


เกรดของเหล็กเส้น (Rebar Grade) และผลกระทบต่อการตัด

เหล็กเส้นที่ใช้ในงานก่อสร้างมีหลายเกรดความแข็ง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเลือกใช้เครื่องตัด:

  • SD40 (Strength Grade 40): เป็นเกรดมาตรฐานที่ใช้กันทั่วไปในงานก่อสร้างอาคารส่วนใหญ่ เครื่องตัดเหล็กไฮดรอลิคแทบทุกรุ่นสามารถตัดเหล็กเกรดนี้ได้ตามขนาดที่ระบุในสเปค
  • SD50 (Strength Grade 50): เป็นเหล็กที่มีความแข็งแรงสูงกว่า มักใช้ในโครงสร้างขนาดใหญ่ที่ต้องการการรับแรงเป็นพิเศษ เช่น ตึกสูงหรือสะพาน การตัดเหล็กเกรดนี้อาจต้องใช้เครื่องตัดที่มีกำลังสูงขึ้น หรืออาจต้องลดขนาดเหล็กสูงสุดที่สามารถตัดได้ลงเล็กน้อย (เช่น เครื่องที่ระบุว่าตัดเหล็ก SD40 ได้ 25 มม. อาจจะตัดเหล็ก SD50 ได้ที่ 22 มม.)

ดังนั้น ก่อนการเลือกซื้อ ควรตรวจสอบเกรดของเหล็กเส้นที่ใช้ในโครงการของคุณ เพื่อให้แน่ใจว่าเครื่องตัดที่เลือกมีกำลังเพียงพอและสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

เทคนิคการใช้งานและดูแลรักษาเพื่อยืดอายุใบมีด

ใบมีดคือหัวใจของเครื่องตัด การใช้งานและการดูแลที่ถูกต้องจะช่วยยืดอายุการใช้งานและรักษาความคมได้นานขึ้น:

  1. ตัดทีละเส้นเสมอ: ห้ามพยายามตัดเหล็กเส้นหลายเส้นพร้อมกัน (ยกเว้นรุ่นที่ออกแบบมาเฉพาะ) เพราะจะทำให้ใบมีดรับแรงไม่สม่ำเสมอและบิ่นได้
  2. วางเหล็กให้ตั้งฉาก: ควรวางเหล็กเส้นให้ทำมุม 90 องศากับใบมีดเสมอ เพื่อให้หน้าตัดเรียบและกระจายแรงกดบนใบมีดได้ดีที่สุด
  3. ทำความสะอาดหลังใช้งาน: ควรเป่าเศษผงเหล็กออกจากบริเวณหัวตัดและใบมีดหลังเลิกใช้งานทุกครั้ง เพื่อป้องกันการสะสมของเศษโลหะที่อาจเข้าไปติดในกลไก
  4. หลีกเลี่ยงการตัดวัสดุอื่น: เครื่องตัดเหล็กเส้นถูกออกแบบใบมีดมาเพื่อเหล็กโดยเฉพาะ ไม่ควรนำไปใช้ตัดวัสดุอื่น เช่น สแตนเลส หรือเหล็กชุบแข็ง ซึ่งอาจทำให้ใบมีดเสียหายทันที

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับเครื่องตัดเหล็กไฮดรอลิค

Q: ใบมีดของเครื่องตัดเหล็กไฮดรอลิคสามารถลับคมได้หรือไม่?

A: ไม่แนะนำให้ลับคมครับ ใบมีดของเครื่องตัดเหล็กถูกออกแบบให้มีความแข็งและองศาที่แม่นยำ การลับคมอาจทำให้คุณสมบัติความแข็งของโลหะเปลี่ยนแปลงไปและทำให้ใบมีดเปราะกว่าเดิม หากใบมีดเริ่มทื่อ ควรเปลี่ยนใบมีดชุดใหม่จากผู้ผลิตโดยตรง

Q: ใช้เวลาตัดนานแค่ไหน?

A: โดยเฉลี่ยแล้ว เครื่องตัดเหล็กเส้นไฮดรอลิคแบบไฟฟ้าสามารถตัดเหล็กขนาด 25 มม. (DB25) ให้ขาดได้ภายในเวลาเพียง 3-5 วินาที ซึ่งเร็วกว่าการใช้ใบตัดไฟเบอร์อย่างเทียบไม่ติด

Q: เครื่องตัดเหล็กไฮดรอลิคต้องดูแลรักษาระบบไฮดรอลิคอย่างไร?

A: การดูแลรักษานั้นง่ายมากครับ เพียงคอยตรวจสอบระดับน้ำมันไฮดรอลิคไม่ให้ต่ำกว่าขีดที่กำหนด และเปลี่ยนถ่ายน้ำมันตามระยะเวลาที่แนะนำในคู่มือ (เช่น ทุกๆ 6 เดือน หรือ 1 ปี) เพื่อรักษาประสิทธิภาพของปั๊ม

Spark-Free Cutting

ทำไมวิศวกรความปลอดภัยจึงแนะนำเครื่องตัดไฮดรอลิค?” ความร้อนสะสมและประกายไฟจากการใช้ใบตัดไฟเบอร์แบบเดิม คือความเสี่ยงหลักในไซต์งานก่อสร้างที่มีวัสดุไวไฟ การเปลี่ยนมาใช้ Hydraulic Rebar Cutter รุ่น HHG-Series นอกจากจะช่วยลดมลภาวะทางเสียงและฝุ่นละอองแล้ว ยังช่วยรักษาคุณสมบัติทางโลหะวิทยาของเหล็กเส้นเกรด SD40 และ SD50 ไม่ให้เปราะจากความร้อนสูง (Heat Affected Zone) ทำให้โครงสร้างอาคารมีความแข็งแรงตามที่วิศวกรออกแบบไว้ 100%

🛠️ Expert Insights: มาตรฐานความปลอดภัยงานตัดเหล็กเส้น 2026

ในไซต์งานก่อสร้างสมัยใหม่ “Spark-Free Cutting” หรือการตัดที่ไม่มีประกายไฟคือหัวใจสำคัญของความปลอดภัย เครื่องตัดเหล็กไฮดรอลิค Omastar ช่วยป้องกันปัญหาเหล็กเปราะจากความร้อนสะสม (Heat Affected Zone) และให้รอยตัดที่เรียบคม พร้อมสำหรับการผูกเหล็กหรือทำงานขั้นตอนต่อไปทันที

👨‍🔧 โซลูชันงานก่อสร้างและอุตสาหกรรมเหล็ก:

งานโครงสร้างพื้นฐาน: หลังจากตัดเหล็กตามขนาดแล้ว หากท่านต้องการปรับแต่งองศา สามารถเลือกใช้ร่วมกับ เครื่องดัดเหล็กไฮดรอลิค เพื่อให้งานโครงสร้างได้มาตรฐานวิศวกรรม
การติดตั้งระบบไฟฟ้า: ในไซต์งานก่อสร้างที่ต้องมีการตัดเหล็กเพื่อเดินรางไฟฟ้า แนะนำให้มี เครื่องตัดสายไฟไฮดรอลิค และ แท่นอัดไฮดรอลิค ประจำเวิร์กช็อปเพื่อความรวดเร็วในการประกอบชิ้นส่วน